รางจืด

รางจืด คือ พืชที่มีลักษณะเป็นไม้เถา หรือไม้เลื้อย เป็นพืชตามธรรมชาติที่พบได้ในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นป่าเมืองร้อน โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย รางจืดเป็นพืชที่ชาวบ้านมักนำยอดอ่อนและดอกอ่อนมาใช้รับประทานเป็นอาหาร และยังถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อการรักษา โดยถือว่า รางจืดเป็นว่านยาชนิดหนึ่ง ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ว่านรางจืด” หรือในบางครั้งก็เรียกว่า “ยาเขียว” เพราะนิยมนำไปใช้ทำเป็นยาเขียวเพื่อช่วยลดไข้ และบางครั้งก็ถูกเรียกว่า “รางเย็น” เพราะถือว่า รางจืดเป็นยาที่มีลักษณะเป็นยาเย็น

รางจืด
รางจืด

เกี่ยวกับรางจืด

ชื่อภาษาไทย รางจืด
ชื่อสามัญ Blue trumpet vine, Laurel clock vine
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thumbergia laurifolia Lindl.
ชื่อท้องถิ่น กำลังช้างเผือก เครือเขาเขียว ขอบชะนาง ยาเขียว (ภาคกลาง) คาย รางเย็น (ยะลา) จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ดุเหว่า (ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง (สระบุรี) ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์)
อาณาจักร พืช
วงศ์ Acanthaceae

ลักษณะ

ต้นรางจืด

เป็นไม้เลื้อยหรือไม้เถาที่มีเนื้อแข็ง ลำต้นหรือเถานั้นจะกลมเป็นปล้อง มีสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้ม ลำต้นไม่มีขนและไม่มีมือจับเหมือนกับตำลึง และมะระ แต่อาศัยลำต้นในการพันรัดขึ้นไป รางจืดเป็นพืชในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของทวีปเอเชีย จึงสามารถขึ้นได้ทั่วไปตามป่าดิบชื้นของประเทศไทยทั่วทุกภาค เจริญเติบโตได้เร็วมาก และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เถาในการปักชำ

ใบรางจืด

เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบคล้ายรูปหัวใจหรือรูปใบขอบขนานหรือเป็นรูปไข่ โคนใบมนเว้า ปลายใบเรียวแหลม ใบกว้างประมาณ 4-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-14 เซนติเมตร มีเส้นอยู่ 3 เส้นออกจากโคนใบ

ดอกรางจืด

ลักษณะของดอกออกเป็นช่อห้อยลงมาตามซอกใบ ช่อละ 3-4 ดอก ดอกมีสีม่วงอมฟ้า มีใบประดับสีเขียวประแดง มีกลีบเลี้ยงรูปจาน ดอกเป็นรูปแตรสั้น โคนกลีบดอกมีสีเหลืองอ่อน โคนดอกเป็นหลอดกรวยยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เชื่อมติดกันเป็นหลอด และมักมีน้ำหวานบรรจุอยู่ภายในหลอด กลีบดอกมีปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 4 อัน

ผลรางจืด

ลักษณะเป็นฝักกลม ปลายเป็นจะงอย เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก

การใช้ประโยชน์

ประกอบอาหาร

ยอดอ่อนและดอกของรางจืด ชาวบ้านมักนิยมนำมารับประทานเป็นผัก โดยอาจนำไปลวกหรือนำไปใช้เป็นผักในแกง นอกจากนี้ ยังมีการนำรางจืดมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพรเพื่อรักษา โดย

ใช้รักษา

  1. กกก

กำจัดศัตรูพืช

อ้างอิง