ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อวิทยาศาสตร์
- Aristolochia pothieri
- ชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
- Aristolochia sp.
- ชื่อสามัญ
- Dutchman's Pipe
- ชื่อท้องถิ่น
- กระเช้าถุงทอง
อนุกรมวิธาน
- อาณาจักร
- Plantae
- หมวด
- Magnoliophyta
- ชั้น
- Magnoliopsida
- อันดับ
- Piperales
- วงศ์
- Aristolochiaceae (วงศ์ไก่ฟ้า)
- สกุล
- Aristolochia
- ชื่อเฉพาะสปีชีส์
- pothieri
ลักษณะพืช
- ลักษณะการเจริญเติบโต
- ไม้เถาเลื้อยอายุหลายปี ลำต้นอ่อนสามารถเลื้อยพันพืชอื่นหรือโครงสร้างได้ดี เจริญเติบโตปานกลางถึงเร็วในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- ความสูง
- เถายาวได้ประมาณ 3–10 เมตร หรือมากกว่านั้นเมื่อมีที่ให้เลื้อย
- ลักษณะลำต้น
- ลำต้นกลม สีเขียวถึงน้ำตาลอ่อน เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แข็งแรงและมีข้อปล้องชัด
- ลักษณะใบ
- ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจหรือรูปไข่กว้าง ปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย ผิวใบเรียบ สีเขียวสด เส้นใบแยกจากโคนใบชัดเจน
- ลักษณะดอก
- ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบหรือกิ่ง ดอกมีลักษณะพิเศษเป็นรูปถุงหรือกระเช้า กลีบดอกเชื่อมติดกัน ใช้ดักแมลงเพื่อช่วยผสมเกสร
- สีดอก
- เหลือง เขียวอมเหลือง น้ำตาล หรือมีลวดลายม่วงแดงด้านในดอก
- ลักษณะผล
- ผลเป็นฝักทรงกระบอกหรือรูปไข่ เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
- ลักษณะเมล็ด
- เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีปีกบาง ช่วยกระจายพันธุ์ด้วยลม
สภาพแวดล้อม
- ถิ่นกำเนิด
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การกระจายพันธุ์
- พบในประเทศไทย และบางประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ถิ่นอาศัย
- ป่าดิบชื้น ป่าละเมาะ และพื้นที่ชื้นริมลำธาร
- ความต้องการดิน
- ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี
- ความต้องการน้ำ
- ต้องการน้ำสม่ำเสมอ ชอบความชื้นสูง แต่ไม่ทนน้ำขัง
- ความต้องการแสง
- ชอบแสงรำไรถึงแสงแดดอ่อน
- ภูมิอากาศ
- ภูมิอากาศร้อนชื้น
ข้อมูลสภาพอากาศ
- ระดับความสูง
- 0–800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
- อุณหภูมิ
- 20–32°C
การปลูก
- การเพาะปลูก
- กระเช้าถุงทองสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี ควรปลูกในบริเวณที่มีที่ให้เลื้อย เช่น ซุ้ม หรือรั้ว และมีความชื้นสูง
- การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง
- การดูแล
- ควรรดน้ำสม่ำเสมอ ตัดแต่งเถาเพื่อควบคุมทรงพุ่ม และใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นระยะ
- ศัตรูพืช
- เพลี้ยอ่อน หนอนกินใบ
- โรคพืช
- โรคเชื้อราในสภาพอับชื้น
- ระยะเวลาเก็บเกี่ยว
- ไม่มีการเก็บเกี่ยวเชิงอาหาร นิยมชมดอกในช่วงออกดอก
การใช้ประโยชน์
- การใช้ประโยชน์
- ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามของดอกและทรงเถา
- การใช้ด้านอาหาร
- ไม่มีการใช้ประกอบอาหาร
- สรรพคุณยา
- ไม่มีการใช้ทางสมุนไพรอย่างเป็นทางการ เนื่องจากพืชในสกุลนี้หลายชนิดมีสารพิษ
- ใช้ในอุตสาหกรรม
- ใช้ในงานจัดสวนและภูมิทัศน์
ความเป็นพิษ
- ความเป็นพิษ
- พืชในสกุล Aristolochia มีสาร aristolochic acid ซึ่งอาจเป็นพิษต่อไต ไม่ควรบริโภค
- ส่วนที่กินได้
- ไม่มีส่วนที่ใช้รับประทาน
- ส่วนที่เป็นพิษ
- ทุกส่วนของพืช โดยเฉพาะรากและใบ
โภชนาการ
ไม่มีข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากไม่ใช่พืชอาหาร
สถานะอนุรักษ์
- สถานะ IUCN
- Data Deficient (DD)
- ภัยคุกคาม
- การสูญเสียถิ่นอาศัยจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า
- กฎหมายคุ้มครอง
- ยังไม่มีข้อมูลการคุ้มครองเฉพาะในกฎหมายไทย
พันธุกรรม
- โครโมโซม
- ไม่มีข้อมูลแน่ชัด
- บันทึกพันธุกรรม
- อยู่ในสกุล Aristolochia ซึ่งมีลักษณะดอกเฉพาะทางด้านวิวัฒนาการเพื่อการผสมเกสรแบบดักแมลง
ฤดูกาล
- ฤดูออกดอก
- ฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว
- ฤดูให้ผล
- หลังออกดอกประมาณ 2–4 เดือน
- ฤดูเจริญเติบโต
- เจริญเติบโตดีในฤดูฝนและช่วงที่มีความชื้นสูง
