กระเช้าถุงทอง

กระเช้าถุงทอง
กระเช้าถุงทองเป็นไม้เถาเลื้อยในวงศ์ไก่ฟ้า มีดอกรูปทรงคล้ายถุงหรือกระเช้า สีสันโดดเด่น พบในป่าดิบชื้นของประเทศไทย นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและมีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อวิทยาศาสตร์
Aristolochia pothieri
ชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
Aristolochia sp.
ชื่อสามัญ
Dutchman's Pipe
ชื่อท้องถิ่น
กระเช้าถุงทอง

อนุกรมวิธาน

อาณาจักร
Plantae
หมวด
Magnoliophyta
ชั้น
Magnoliopsida
อันดับ
Piperales
วงศ์
Aristolochiaceae (วงศ์ไก่ฟ้า)
สกุล
Aristolochia
ชื่อเฉพาะสปีชีส์
pothieri

ลักษณะพืช

ลักษณะการเจริญเติบโต
ไม้เถาเลื้อยอายุหลายปี ลำต้นอ่อนสามารถเลื้อยพันพืชอื่นหรือโครงสร้างได้ดี เจริญเติบโตปานกลางถึงเร็วในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ความสูง
เถายาวได้ประมาณ 3–10 เมตร หรือมากกว่านั้นเมื่อมีที่ให้เลื้อย
ลักษณะลำต้น
ลำต้นกลม สีเขียวถึงน้ำตาลอ่อน เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แข็งแรงและมีข้อปล้องชัด
ลักษณะใบ
ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจหรือรูปไข่กว้าง ปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย ผิวใบเรียบ สีเขียวสด เส้นใบแยกจากโคนใบชัดเจน
ลักษณะดอก
ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบหรือกิ่ง ดอกมีลักษณะพิเศษเป็นรูปถุงหรือกระเช้า กลีบดอกเชื่อมติดกัน ใช้ดักแมลงเพื่อช่วยผสมเกสร
สีดอก
เหลือง เขียวอมเหลือง น้ำตาล หรือมีลวดลายม่วงแดงด้านในดอก
ลักษณะผล
ผลเป็นฝักทรงกระบอกหรือรูปไข่ เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
ลักษณะเมล็ด
เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีปีกบาง ช่วยกระจายพันธุ์ด้วยลม

สภาพแวดล้อม

ถิ่นกำเนิด
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การกระจายพันธุ์
พบในประเทศไทย และบางประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ถิ่นอาศัย
ป่าดิบชื้น ป่าละเมาะ และพื้นที่ชื้นริมลำธาร
ความต้องการดิน
ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี
ความต้องการน้ำ
ต้องการน้ำสม่ำเสมอ ชอบความชื้นสูง แต่ไม่ทนน้ำขัง
ความต้องการแสง
ชอบแสงรำไรถึงแสงแดดอ่อน
ภูมิอากาศ
ภูมิอากาศร้อนชื้น

ข้อมูลสภาพอากาศ

ระดับความสูง
0–800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
อุณหภูมิ
20–32°C

การปลูก

การเพาะปลูก
กระเช้าถุงทองสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี ควรปลูกในบริเวณที่มีที่ให้เลื้อย เช่น ซุ้ม หรือรั้ว และมีความชื้นสูง
การขยายพันธุ์
การเพาะเมล็ด และการปักชำกิ่ง
การดูแล
ควรรดน้ำสม่ำเสมอ ตัดแต่งเถาเพื่อควบคุมทรงพุ่ม และใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นระยะ
ศัตรูพืช
เพลี้ยอ่อน หนอนกินใบ
โรคพืช
โรคเชื้อราในสภาพอับชื้น
ระยะเวลาเก็บเกี่ยว
ไม่มีการเก็บเกี่ยวเชิงอาหาร นิยมชมดอกในช่วงออกดอก

การใช้ประโยชน์

การใช้ประโยชน์
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามของดอกและทรงเถา
การใช้ด้านอาหาร
ไม่มีการใช้ประกอบอาหาร
สรรพคุณยา
ไม่มีการใช้ทางสมุนไพรอย่างเป็นทางการ เนื่องจากพืชในสกุลนี้หลายชนิดมีสารพิษ
ใช้ในอุตสาหกรรม
ใช้ในงานจัดสวนและภูมิทัศน์

ความเป็นพิษ

ความเป็นพิษ
พืชในสกุล Aristolochia มีสาร aristolochic acid ซึ่งอาจเป็นพิษต่อไต ไม่ควรบริโภค
ส่วนที่กินได้
ไม่มีส่วนที่ใช้รับประทาน
ส่วนที่เป็นพิษ
ทุกส่วนของพืช โดยเฉพาะรากและใบ

โภชนาการ

ไม่มีข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากไม่ใช่พืชอาหาร

สถานะอนุรักษ์

สถานะ IUCN
Data Deficient (DD)
ภัยคุกคาม
การสูญเสียถิ่นอาศัยจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า
กฎหมายคุ้มครอง
ยังไม่มีข้อมูลการคุ้มครองเฉพาะในกฎหมายไทย

พันธุกรรม

โครโมโซม
ไม่มีข้อมูลแน่ชัด
บันทึกพันธุกรรม
อยู่ในสกุล Aristolochia ซึ่งมีลักษณะดอกเฉพาะทางด้านวิวัฒนาการเพื่อการผสมเกสรแบบดักแมลง

ฤดูกาล

ฤดูออกดอก
ฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว
ฤดูให้ผล
หลังออกดอกประมาณ 2–4 เดือน
ฤดูเจริญเติบโต
เจริญเติบโตดีในฤดูฝนและช่วงที่มีความชื้นสูง

✨ แนะนำพิเศษ