กระเช้าผีมด

กระเช้าผีมด
กระเช้าผีมด (Aristolochia tagala) เป็นไม้เถาในวงศ์ไก่ฟ้า มีดอกผลทรงเฉพาะ พบบนป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ กระเช้าผีมดมีคุณค่าทางพฤกษศาสตร์และในบางพื้นที่นำไปใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร

ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อวิทยาศาสตร์
Aristolochia tagala Cham.
ชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
-
ชื่อสามัญ
Indian Birthwort; Dutchman’s Pipe
ชื่อท้องถิ่น
กระเช้าผีมด (กระเช้ามด, ปุลิง)

อนุกรมวิธาน

อาณาจักร
Plantae
หมวด
Tracheophyta
ชั้น
Magnoliids
อันดับ
Piperales
วงศ์
Aristolochiaceae (วงศ์ไก่ฟ้า)
สกุล
Aristolochia
ชื่อเฉพาะสปีชีส์
tagala

ลักษณะพืช

ลักษณะการเจริญเติบโต
ไม้เถาเลื้อยที่มีลำต้นกลมและแข็งแรง เจริญเติบโตโดยเลื้อยผ่านพืชอื่นหรือพื้นดิน เหมาะกับพื้นที่ชื้นและมีแสงแดดรำไร
ความสูง
เถาเลื้อยยาวหลายเมตร ขึ้นอยู่กับพื้นที่และการพยุงตัว
ลักษณะลำต้น
ลำต้นเถาเมื่อต้นยังอ่อนมีขนละเอียด ต่อมาขนร่วงจนเกลี้ยง ผิวเถามีร่องตามยาวที่ชัดเจน
ลักษณะใบ
ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปไข่แกมใบหอก ปลายแหลม โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ มีเส้นใบบุคลิกชัดเจน
ลักษณะดอก
ดอกเป็นช่อ มีทั้งเกสรเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน กลีบดอกเชื่อมติดเป็นหลอดที่ป่องคล้ายถุงหรือกระเปาะเล็ก ๆ
สีดอก
สีเขียวอ่อนถึงสีเหลืองหรือมีลวดลายอ่อนตามธรรมชาติ
ลักษณะผล
ผลมีลักษณะค่อนข้างกลมหรือรีแกมขนาน เมื่อแก่จะแตกตามยาวเป็น 6 ส่วน รูปร่างคล้ายกระเช้า
ลักษณะเมล็ด
เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่หัวกลับ มีปีกบางช่วยในการกระจายลม

สภาพแวดล้อม

ถิ่นกำเนิด
เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การกระจายพันธุ์
พบในจีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และประเทศไทย โดยกระจายทั่วไปในพื้นที่ป่าดิบและป่าเบญจพรรณหลายจังหวัด
ถิ่นอาศัย
ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และพื้นที่ค่อนข้างชื้นทั้งในระดับต่ำและระดับปานกลาง
ความต้องการดิน
ดินร่วน ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีและมีความชื้นเพียงพอ
ความต้องการน้ำ
ชอบความชื้นสูง แต่ไม่ทนน้ำขังเป็นเวลานาน
ความต้องการแสง
แสงรำไร – แสงอ่อน เหมาะกับบริเวณที่ไม่ได้โดนแดดจัดโดยตรง
ภูมิอากาศ
ภูมิอากาศร้อนชื้นถึงกึ่งร้อนชื้น

ข้อมูลสภาพอากาศ

ระดับความสูง
5–1,030 เมตรจากระดับน้ำทะเล
อุณหภูมิ
20–32°C (ค่าประมาณทั่วไปในพื้นที่กระจายพันธุ์)

การปลูก

การเพาะปลูก
ปลูกเป็นไม้ประดับในสวนหรือซุ้มเลื้อยควรจัดวางในพื้นที่ที่มีร่มเงาและมีความชื้นสูง พร้อมระบบน้ำที่สม่ำเสมอ
การขยายพันธุ์
นิยมใช้วิธีเพาะเมล็ดและการปักชำเถาในสภาพที่เหมาะสม
การดูแล
รดน้ำให้ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ตัดแต่งเถาเพื่อควบคุมทรงพุ่ม และเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน
ศัตรูพืช
เพลี้ยอ่อน และหนอนกินใบอ่อน
โรคพืช
โรคเน่าในที่ชื้นจัดจากเชื้อรา
ระยะเวลาเก็บเกี่ยว
ไม่มีการเก็บเกี่ยวเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเป็นไม้ประดับและพืชป่า

การใช้ประโยชน์

การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับและเพื่อศึกษาทางพฤกษศาสตร์
การใช้ด้านอาหาร
ไม่มีการใช้ประกอบอาหารโดยตรง
สรรพคุณยา
ส่วนของต้น ใบ และรากมีการใช้ในบางพื้นที่เป็นยาพื้นบ้าน แต่ต้องระวังพิษต่อไตจากสาร aristolochic acids
ใช้ในอุตสาหกรรม
มีการศึกษาทางเภสัชวิทยาและการใช้งานด้านไม้ประดับ

ความเป็นพิษ

ความเป็นพิษ
มีสาร aristolochic acids ซึ่งเป็นพิษต่อไตและพบว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง
ส่วนที่กินได้
ไม่มีส่วนที่กินได้เพื่อบริโภค
ส่วนที่เป็นพิษ
ทุกส่วนของพืชอาจมีสารพิษเฉพาะในปริมาณต่างกัน

โภชนาการ

ไม่มีข้อมูลโภชนาการ เนื่องจากไม่ใช่พืชอาหาร

สถานะอนุรักษ์

สถานะ IUCN
Data Deficient (DD) – ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการประเมินสถานะ
ภัยคุกคาม
การเปลี่ยนแปลงถิ่นอาศัยและการเก็บจากธรรมชาติ
กฎหมายคุ้มครอง
ขณะนี้ยังไม่มีการระบุในกฎหมายคุ้มครองพืชป่าของไทยโดยเฉพาะ

พันธุกรรม

โครโมโซม
ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแน่ชัด
บันทึกพันธุกรรม
Aristolochia tagala เป็นหนึ่งในสปีชีส์ของสกุล Aristolochia ที่มีความหลากหลายทั้งด้านพันธุกรรมและรูปแบบการผสมเกสร

ฤดูกาล

ฤดูออกดอก
ฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาว
ฤดูให้ผล
ผลเริ่มพัฒนาหลังดอกโรยและแก่ประมาณหลายเดือนหลัง
ฤดูเจริญเติบโต
เจริญเติบโตดีในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูงพร้อมแสงรำไร

✨ แนะนำพิเศษ