Present Continuous Tense เป็นรูปประโยคที่ใช้กล่าวถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะพูด รวมถึงสถานการณ์ชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น และแผนในอนาคตที่มีการจัดเตรียมไว้แล้ว โดยมีโครงสร้างสำคัญคือ am, is หรือ are + คำกริยารูป -ing เช่น I am reading. หมายถึง ฉันกำลังอ่าน และ They are playing football. หมายถึง พวกเขากำลังเล่นฟุตบอล

โครงสร้าง Present Continuous Tense

หัวใจของ Present Continuous คือการใช้ verb to be ในรูปปัจจุบัน ได้แก่ am, is, are ร่วมกับกริยาหลักที่เติม -ing โดยต้องเลือก am, is หรือ are ให้สัมพันธ์กับประธาน

  • I ใช้ am เช่น I am studying.
  • He, She, It หรือประธานเอกพจน์ ใช้ is เช่น She is cooking.
  • You, We, They หรือประธานพหูพจน์ ใช้ are เช่น They are running.

รูปแบบของประโยคสามารถแบ่งเป็นประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามได้ดังนี้

รูปประโยคโครงสร้างตัวอย่าง
บอกเล่าSubject + am/is/are + verb-ingShe is reading.
ปฏิเสธSubject + am/is/are + not + verb-ingShe is not reading.
คำถามAm/Is/Are + Subject + verb-ingIs she reading?

ในภาษาพูดและการเขียนแบบไม่เป็นทางการ มักพบรูปย่อ เช่น I’m studying., She’s working., We’re waiting. รวมถึงรูปปฏิเสธอย่าง isn’t และ aren’t

หลักการเติม -ing ที่คำกริยา

กริยาที่ใช้ใน Present Continuous ต้องอยู่ในรูป verb-ing กริยาส่วนใหญ่เติม -ing ต่อท้ายได้โดยตรง แต่บางคำต้องเปลี่ยนการสะกดเล็กน้อย

  • กริยาทั่วไป เติม -ing ได้เลย เช่น work → working, read → reading, play → playing
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย e โดยทั่วไปตัด e แล้วเติม -ing เช่น make → making, write → writing, come → coming
  • กริยาบางคำที่ลงท้ายด้วยสระหนึ่งตัวตามด้วยพยัญชนะหนึ่งตัว ต้องเพิ่มพยัญชนะตัวท้ายก่อนเติม -ing เช่น run → running, sit → sitting, swim → swimming
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ie มักเปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม -ing เช่น lie → lying, die → dying

จึงไม่ควรจำเพียงว่า Present Continuous คือการนำคำกริยามาเติม -ing เท่านั้น เพราะประโยคยังต้องมี am, is หรือ are อยู่หน้ากริยาหลักด้วย เช่น He is running. ไม่ใช่ He running.

Present Continuous ใช้เมื่อใด

การใช้งานที่ผู้เริ่มต้นควรรู้ก่อนมี 4 ลักษณะสำคัญ โดยแต่ละแบบยังคงใช้โครงสร้าง am, is หรือ are ตามด้วย verb-ing เหมือนกัน แต่บริบทของประโยคแตกต่างกัน

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะพูด

เป็นการใช้ที่พบได้บ่อยที่สุด เมื่อสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นในเวลาที่ผู้พูดกล่าวประโยค เช่น

  • I am eating breakfast. ฉันกำลังกินอาหารเช้า
  • She is talking on the phone. เธอกำลังคุยโทรศัพท์
  • The children are playing outside. เด็ก ๆ กำลังเล่นอยู่ข้างนอก

สถานการณ์ชั่วคราวในช่วงนี้

การกระทำไม่จำเป็นต้องกำลังเกิดขึ้นตรงวินาทีที่พูดเสมอไป หากเป็นสถานการณ์ชั่วคราวที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันก็ใช้ Present Continuous ได้ เช่น I am staying with my uncle this week. หมายถึง สัปดาห์นี้ฉันพักอยู่กับลุง ซึ่งสื่อว่าเป็นสถานการณ์ชั่วคราว ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยถาวร

สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา

Present Continuous ใช้อธิบายกระบวนการที่กำลังเปลี่ยนไปทีละน้อยได้ เช่น The weather is getting warmer. หมายถึง อากาศกำลังอุ่นขึ้น หรือ Your English is improving. หมายถึง ภาษาอังกฤษของคุณกำลังพัฒนาขึ้น

แผนอนาคตที่จัดเตรียมไว้แล้ว

แม้จะเรียกว่า Present Continuous แต่รูปประโยคนี้ใช้กล่าวถึงอนาคตได้เมื่อเป็นแผนหรือการนัดหมายที่มีการจัดเตรียมไว้ค่อนข้างชัดเจน เช่น I’m meeting Jane tomorrow. หมายถึง ฉันจะพบเจนพรุ่งนี้ หรือ We are flying to Bangkok on Friday. หมายถึง เราจะเดินทางโดยเครื่องบินไปกรุงเทพฯ วันศุกร์

คำบอกเวลาอย่าง now, right now, at the moment, today, this week มักช่วยให้เห็นบริบทของ Present Continuous ได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรตัดสิน tense จากคำบอกเวลาเพียงอย่างเดียว ต้องดูความหมายของทั้งประโยคด้วย

Present Continuous กับ Present Simple ต่างกันอย่างไร

Present Continuous และ Present Simple ต่างก็เกี่ยวข้องกับเวลาปัจจุบัน แต่เน้นคนละลักษณะ Present Simple มักใช้กับข้อเท็จจริง กิจวัตร หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วน Present Continuous เน้นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่หรือมีลักษณะชั่วคราว

ลักษณะPresent SimplePresent Continuous
การใช้หลักกิจวัตร ข้อเท็จจริง สิ่งที่เกิดเป็นประจำสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรือเป็นสถานการณ์ชั่วคราว
ตัวอย่างI work at a school.I am working at home today.
ความหมายฉันทำงานที่โรงเรียนเป็นปกติวันนี้ฉันกำลังทำงานที่บ้าน

อีกตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นความต่างชัดขึ้นคือ He plays football every Sunday. ซึ่งบอกถึงกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ต่างจาก He is playing football now. ซึ่งบอกว่าเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในขณะนี้

จุดที่ผู้เริ่มต้นมักสับสน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมักเกิดจากการลืม verb to be การเลือก am, is, are ไม่ตรงกับประธาน หรือการใช้รูป continuous กับกริยาบางชนิดที่ปกติใช้บอกสภาวะมากกว่าการกระทำ

  • อย่าลืม am, is, are เช่น She is studying. ไม่ใช่ She studying.
  • เลือก verb to be ให้ตรงกับประธาน เช่น They are playing. ไม่ใช่ They is playing.
  • กริยาหลักต้องอยู่ในรูป -ing เช่น He is reading. ไม่ใช่ He is read.
  • อย่าใช้แทน Present Simple เมื่อกล่าวถึงกิจวัตรทั่วไป เช่น ประโยคที่ต้องการบอกว่าไปโรงเรียนทุกวันควรใช้ I go to school every day.
  • ระวัง stative verbs ซึ่งเป็นกริยาที่มักบอกความรู้สึก ความคิด การรับรู้ หรือสภาวะ เช่น know, understand, like, love, want, need, believe โดยทั่วไปจะไม่ใช้ในรูป continuous เมื่อมีความหมายเป็นสภาวะ

ตัวอย่างเช่น หากต้องการบอกว่า “ฉันเข้าใจคุณ” ควรใช้ I understand you. มากกว่า I am understanding you. และหากต้องการบอกว่า “ฉันรู้คำตอบ” ควรใช้ I know the answer. ไม่ใช่ I am knowing the answer.

วิธีทบทวน Present Continuous Tense ที่ได้ผลคือเริ่มจากมองหาประธาน เลือก am, is หรือ are จากนั้นเปลี่ยนกริยาหลักเป็นรูป -ing และพิจารณาว่าเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้น เป็นสถานการณ์ชั่วคราว กำลังเปลี่ยนแปลง หรือเป็นแผนที่จัดไว้แล้วหรือไม่ เมื่อเข้าใจลำดับนี้ การสร้างประโยคจะง่ายกว่าการจำตัวอย่างเป็นประโยค ๆ

ลองพิจารณาประโยคเหล่านี้

  • I am doing my homework now. เป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
  • My sister is staying with us this month. เป็นสถานการณ์ชั่วคราว
  • The days are getting shorter. เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
  • We are meeting the teacher tomorrow. เป็นแผนหรือการนัดหมายในอนาคต

เมื่อพบประโยค Present Continuous ให้จำแกนหลักว่า ประธาน + am/is/are + verb-ing แล้วจึงพิจารณาบริบทของประโยค การเข้าใจว่าผู้พูดกำลังสื่อถึงเหตุการณ์แบบใดจะช่วยให้เลือกใช้ Present Continuous Tense ได้แม่นยำกว่าการจำคำบอกเวลาเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Present Continuous Tense มีโครงสร้างอย่างไร

โครงสร้างพื้นฐานคือ Subject + am/is/are + verb-ing เช่น I am reading., She is cooking. และ They are playing.

Present Continuous ใช้ตอนไหน

ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะพูด สถานการณ์ชั่วคราว สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา และแผนในอนาคตที่มีการจัดเตรียมไว้แล้ว

Present Continuous และ Present Progressive เหมือนกันหรือไม่

โดยทั่วไปใช้เรียกรูปไวยากรณ์เดียวกัน จึงอาจพบทั้งคำว่า Present Continuous และ Present Progressive ในตำราเรียนหรือแหล่งอ้างอิงภาษาอังกฤษ

ประโยคปฏิเสธของ Present Continuous สร้างอย่างไร

เติม not หลัง am, is หรือ are เช่น I am not sleeping., He is not working. และ They are not waiting.

ประโยคคำถามของ Present Continuous สร้างอย่างไร

นำ am, is หรือ are ไปไว้หน้าประธาน เช่น Are you studying?, Is he sleeping? และ Are they coming?

Present Continuous ใช้พูดถึงอนาคตได้หรือไม่

ใช้ได้เมื่อกล่าวถึงแผนหรือการนัดหมายในอนาคตที่มีการจัดเตรียมไว้แล้ว เช่น I’m meeting my teacher tomorrow.

กริยาทุกคำใช้ใน Present Continuous ได้หรือไม่

ไม่ทุกคำ กริยาที่แสดงสภาวะบางกลุ่ม เช่น know, understand, like, love, want และ believe โดยทั่วไปไม่ใช้ในรูป continuous เมื่อมีความหมายเป็นสภาวะ

แหล่งอ้างอิง