Future Continuous Tense หรือ Future Progressive เป็นรูปประโยคที่ใช้กล่าวถึงการกระทำซึ่งจะกำลังดำเนินอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต โดยมีโครงสร้างหลักคือ will be + กริยาเติม -ing เช่น I will be studying at 8 p.m. หมายถึง เวลา 2 ทุ่ม ฉันจะกำลังเรียนอยู่ จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าเหตุการณ์เกิดในอนาคต แต่เน้นว่าเมื่อถึงเวลาที่กล่าวถึง เหตุการณ์นั้นจะอยู่ระหว่างดำเนินอยู่
โครงสร้าง Future Continuous Tense
Future Continuous ใช้ will be เหมือนกันกับประธานทุกตัว ไม่ต้องเปลี่ยนตาม I, you, he, she, it, we หรือ they ส่วนกริยาหลักเปลี่ยนเป็นรูป V-ing หรือ present participle เช่น work เป็น working, study เป็น studying และ run เป็น running
โครงสร้างของประโยคทั้งสามรูปสามารถมองภาพรวมได้ดังนี้
| รูปประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บอกเล่า | Subject + will be + V-ing | She will be working. |
| ปฏิเสธ | Subject + will not be + V-ing | She will not be working. |
| คำถาม | Will + Subject + be + V-ing | Will she be working? |
ในประโยคปฏิเสธ will not ย่อเป็น won’t ได้ เช่น They won’t be staying here tonight. ส่วนรูปบอกเล่ามักย่อ will เข้ากับประธาน เช่น I’ll be working, he’ll be studying และ we’ll be waiting
หากเป็นคำถามที่มีคำแสดงคำถาม ให้วางคำเหล่านั้นไว้ก่อน will เช่น What will you be doing tomorrow? หรือ Where will they be staying?
การเติม -ing ใช้หลักเดียวกับ Continuous Tense อื่น เช่น write → writing, make → making, run → running และ lie → lying จึงควรแยกเรื่องโครงสร้าง Future Continuous ออกจากกฎการสะกดคำเมื่อเติม -ing
หลักการใช้ Future Continuous Tense
หน้าที่เด่นที่สุดของ Future Continuous คือพาผู้ฟังไปมองช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต แล้วบอกว่า ณ เวลานั้นมีเหตุการณ์ใดกำลังดำเนินอยู่ การระบุเวลาจึงช่วยให้เห็นความหมายของ Tense นี้ได้ชัดเจนขึ้น
- การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต เช่น At 9 p.m. tonight, I will be studying. เวลา 3 ทุ่มคืนนี้ ฉันจะกำลังเรียนอยู่
- การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่เมื่ออีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เช่น When you arrive, we will be having dinner. เมื่อคุณมาถึง พวกเราจะกำลังกินอาหารเย็นอยู่
- เหตุการณ์ชั่วคราวที่คาดว่าจะดำเนินอยู่ในอนาคต เช่น She will be staying with her aunt next week. สัปดาห์หน้าเธอจะพักอยู่กับป้าของเธอ
- สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติหรือตามลำดับเหตุการณ์ เช่น I’ll be seeing Tom at the meeting tomorrow. พรุ่งนี้ฉันคงจะได้เจอทอมในการประชุม
- การถามเกี่ยวกับแผนของผู้อื่นอย่างสุภาพ เช่น Will you be using the car this evening? เป็นการถามข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่คาดว่ามีอยู่แล้ว มากกว่าการขอให้ผู้ฟังตัดสินใจในขณะนั้น
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ This time tomorrow, I’ll be flying to Bangkok. ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่าจะเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่กำลังนึกถึงเวลาเดียวกันของวันถัดไป และบอกว่าในช่วงเวลานั้นตนเองจะอยู่ระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน
ในประโยคที่ใช้ when, while, before, after หรือคำเชื่อมเกี่ยวกับเวลา ควรระวังว่าอนุประโยคบอกเวลามักใช้ Present Simple แทน will เช่น When you arrive, I will be working. ไม่ใช่ When you will arrive, I will be working. ในความหมายทั่วไปของประโยคแบบนี้
คำบอกเวลาและตัวอย่างที่พบบ่อย
Future Continuous มักปรากฏร่วมกับข้อความที่ระบุช่วงเวลาหรือจุดเวลาในอนาคต เพราะช่วงเวลาดังกล่าวช่วยกำหนดว่าเหตุการณ์จะกำลังดำเนินอยู่เมื่อใด อย่างไรก็ตาม คำบอกเวลาไม่ได้เป็นตัวตัดสิน Tense เพียงอย่างเดียว ต้องดูความหมายของประโยคร่วมด้วย
- at this time tomorrow หรือ this time tomorrow เช่น This time tomorrow, we’ll be travelling.
- at + เวลาในอนาคต เช่น At 10 a.m., I will be taking an exam.
- tomorrow morning / afternoon / evening เช่น She will be working tomorrow morning.
- next week / next month / next year เช่น They will be living in Chiang Mai next year.
- when + เหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่ง เช่น When you call me, I’ll be driving home.
- all day / all evening เมื่อกล่าวถึงช่วงเวลาในอนาคต เช่น I’ll be studying all evening.
ลองพิจารณาสถานการณ์ว่าในวันพรุ่งนี้เวลา 8 โมงเช้า นักเรียนคนหนึ่งมีตารางสอบภาษาอังกฤษตั้งแต่ 8 โมงถึง 10 โมง หากต้องการบอกว่าเวลา 9 โมง นักเรียนคนนั้นจะอยู่ระหว่างทำข้อสอบ สามารถพูดว่า At 9 a.m. tomorrow, he will be taking an English exam. การใช้ Future Continuous ทำให้เห็นว่าการสอบเริ่มก่อนเวลา 9 โมง และยังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาที่กล่าวถึง
หากต้องการถามแผนอย่างสุภาพก็ใช้โครงสร้างเดียวกัน เช่น Will you be working tomorrow morning? ประโยคนี้มักให้ความรู้สึกว่าผู้พูดต้องการทราบตารางหรือสิ่งที่ผู้ฟังจะทำ มากกว่าการสั่งหรือขอให้ผู้ฟังทำงาน
Future Continuous กับ Future Simple ต่างกันอย่างไร
Future Simple และ Future Continuous ต่างพูดถึงอนาคตได้ แต่จุดเน้นไม่เหมือนกัน Future Simple ที่ใช้ will + V1 มักบอกว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ส่วน Future Continuous ที่ใช้ will be + V-ing เน้นว่าเหตุการณ์จะกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งของอนาคต
เปรียบเทียบ I will work tomorrow. กับ I will be working at 10 a.m. tomorrow. ประโยคแรกบอกว่าฉันจะทำงานพรุ่งนี้โดยไม่ได้เน้นช่วงเวลาที่งานกำลังเกิดขึ้น ส่วนประโยคที่สองเจาะจงว่าเวลา 10 โมงเช้า ฉันจะอยู่ระหว่างการทำงาน
อีกตัวอย่างคือ She will cook dinner. หมายถึงเธอจะทำอาหารเย็น ขณะที่ She will be cooking dinner when you arrive. หมายถึงเมื่อคุณมาถึง เธอจะอยู่ระหว่างทำอาหารเย็น ความแตกต่างจึงอยู่ที่การมองเหตุการณ์เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น กับการมองเข้าไปในช่วงที่เหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่
Future Continuous ยังต่างจาก Present Continuous ที่ใช้กล่าวถึงอนาคต เช่น I’m meeting Jane tomorrow. เพราะ Present Continuous มักเน้นแผนหรือนัดหมายที่จัดไว้แล้ว ส่วน I’ll be meeting Jane tomorrow. มองการพบเจนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ความหมายจริงอาจใกล้กันในบางบริบท แต่จุดเน้นแตกต่างกัน
ข้อควรระวังในการใช้ Future Continuous
ข้อผิดพลาดพื้นฐานคือการลืมคำว่า be เช่น I will studying tonight. ไม่ถูกต้อง เพราะ Future Continuous ต้องมี will + be + V-ing จึงควรเป็น I will be studying tonight.
อีกกรณีคือใช้กริยารูปพื้นฐานหลัง be เช่น She will be work tomorrow. ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะกริยาหลักต้องเป็นรูป -ing จึงควรเป็น She will be working tomorrow.
Future Continuous ยังไม่เหมาะกับกริยาบางกลุ่มที่โดยปกติไม่ใช้ใน Continuous Tense หรือที่เรียกว่า stative verbs เช่น know, believe, understand, need และ own เมื่อคำเหล่านี้ใช้ในความหมายที่เป็นสภาวะ การใช้รูปธรรมดามักเป็นธรรมชาติกว่า เช่น I will know the result tomorrow. มากกว่า I will be knowing the result tomorrow.
ผู้เรียนควรระวังการเลือก Tense จากคำบอกเวลาเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ประโยคที่มี tomorrow ไม่จำเป็นต้องเป็น Future Continuous เสมอ หากต้องการเพียงบอกว่าจะทำอะไรในอนาคต Future Simple, be going to หรือ Present Continuous อาจเหมาะกว่า ขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึงการตัดสินใจ ความตั้งใจ แผนที่จัดไว้แล้ว หรือเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
วิธีทบทวน Future Continuous Tense ที่ง่ายที่สุดคือมองหา จุดเวลาในอนาคต แล้วถามว่าขณะนั้นเหตุการณ์กำลังดำเนินอยู่หรือไม่ หากคำตอบคือใช่ รูป will be + V-ing มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เช่น At this time tomorrow, I’ll be sitting in class. การเข้าใจภาพเวลาลักษณะนี้ช่วยให้เลือกใช้ Tense ได้แม่นกว่าการจำสูตรเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Future Continuous Tense ใช้เมื่อใด
ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงการกระทำที่จะกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งของอนาคต รวมถึงเหตุการณ์ชั่วคราวที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือการถามเกี่ยวกับแผนในอนาคตอย่างสุภาพ
โครงสร้าง Future Continuous Tense คืออะไร
โครงสร้างบอกเล่าคือ Subject + will be + V-ing เช่น I will be studying. รูปปฏิเสธใช้ will not be หรือ won’t be และรูปคำถามนำ will ไว้หน้าประธาน
Future Continuous ต่างจาก Future Simple อย่างไร
Future Simple เน้นว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ส่วน Future Continuous เน้นว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์นั้นจะอยู่ระหว่างดำเนิน เช่น I will study tonight. กับ At 8 p.m., I will be studying.
หลัง will be ต้องใช้กริยารูปใด
ใช้กริยารูป -ing หรือ present participle เช่น working, studying, eating, travelling และ waiting
Future Continuous ใช้กับ tomorrow ได้ทุกประโยคหรือไม่
ไม่จำเป็น คำว่า tomorrow บอกเพียงว่าเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับอนาคต การเลือก Future Continuous ต้องดูด้วยว่าต้องการเน้นเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลานั้นหรือไม่
ทำไมบางประโยคใช้ When you arrive แทน When you will arrive
ในอนุประโยคบอกเวลาที่กล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ Present Simple หลังคำอย่าง when, before, after และ as soon as จึงใช้ When you arrive, I will be working. ในรูปแบบมาตรฐานทั่วไป
Future Continuous ใช้ถามแผนของผู้อื่นได้หรือไม่
ได้ และมักใช้เมื่อต้องการถามอย่างสุภาพเกี่ยวกับสิ่งที่คาดว่าผู้อื่นมีแผนจะทำอยู่แล้ว เช่น Will you be using the computer this evening?
