Future Perfect Tense เป็นรูปประโยคที่ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ซึ่งจะเสร็จสิ้นหรือเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วก่อนจุดเวลาหนึ่งในอนาคต โดยมีโครงสร้างหลักคือ will have + กริยาช่องที่ 3 เช่น I will have finished my homework by 8 p.m. หมายถึง เมื่อถึงเวลา 2 ทุ่ม ฉันจะทำการบ้านเสร็จแล้ว จุดสำคัญของรูปนี้จึงอยู่ที่การมองย้อนกลับจากเวลาในอนาคตไปยังเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นก่อนหน้านั้น
โครงสร้าง Future Perfect Tense
Future Perfect ใช้ will have เหมือนกันกับประธานทุกตัว แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 3 หรือ past participle เช่น finished, eaten, written, gone และ seen หากเป็นกริยาปกติ รูปช่องที่ 3 มักลงท้ายด้วย -ed ส่วนกริยาไม่ปกติต้องจำรูปของแต่ละคำ เช่น go–went–gone และ write–wrote–written
โครงสร้างพื้นฐานของประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามมีดังนี้
| รูปประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บอกเล่า | Subject + will have + V3 | She will have finished. |
| ปฏิเสธ | Subject + will not have + V3 | She will not have finished. |
| คำถาม | Will + Subject + have + V3 | Will she have finished? |
คำว่า will not ย่อเป็น won’t ได้ เช่น They won’t have arrived by noon. ส่วนประโยคบอกเล่ามักย่อ will เข้ากับประธาน เช่น I’ll have finished, she’ll have left และ we’ll have completed
หากเป็นคำถามที่มีคำแสดงคำถาม ให้วางคำนั้นไว้หน้า will เช่น When will you have finished the project? หรือ How much will they have completed by Friday?
หลักการใช้ Future Perfect Tense
การใช้ Future Perfect ต้องมีจุดอ้างอิงในอนาคตอยู่ในความหมายของประโยค แล้วมองว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นเสร็จเรียบร้อยก่อนหรือไม่เกินจุดนั้น จุดอ้างอิงอาจเป็นเวลา วันที่ หรือเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งก็ได้
- เหตุการณ์ที่จะเสร็จก่อนเวลาหนึ่งในอนาคต เช่น I will have finished the report by 5 p.m. หมายถึง เมื่อถึง 5 โมงเย็น รายงานจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- เหตุการณ์ที่จะเสร็จก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต เช่น She will have left by the time you arrive. หมายถึง เมื่อคุณมาถึง เธอจะออกไปแล้ว
- ผลหรือจำนวนที่คาดว่าจะทำได้สำเร็จเมื่อถึงเวลาหนึ่ง เช่น By the end of this month, I will have read ten books. เน้นจำนวนหนังสือที่อ่านจบเมื่อถึงปลายเดือน
- ระยะเวลาที่ดำเนินมาจนถึงจุดหนึ่งในอนาคต โดยเฉพาะกับกริยาที่แสดงสภาวะ เช่น Next year, we will have known each other for ten years.
ลองนึกภาพว่าการทำงานชิ้นหนึ่งเริ่มก่อนเวลา 4 โมงเย็น และกำหนดว่าจะเสร็จไม่เกิน 6 โมง หากพูดว่า By 6 p.m., I will have finished the work. ผู้พูดกำลังมองจากเวลา 6 โมงย้อนกลับมา และคาดว่างานจะอยู่ในสถานะเสร็จเรียบร้อยแล้วในตอนนั้น
Future Perfect จึงต่างจากการบอกเพียงว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ถูกเน้นคือ ความเสร็จสมบูรณ์ก่อนจุดเวลาในอนาคต ไม่ใช่เพียงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์นั้น
คำบอกเวลาที่ใช้บ่อย
Future Perfect มักปรากฏร่วมกับคำหรือวลีที่กำหนดขอบเขตเวลาในอนาคต โดยเฉพาะ by และ by the time ซึ่งช่วยบอกว่าเหตุการณ์จะเสร็จไม่เกินจุดเวลาที่ระบุ
- by + เวลา เช่น by 5 p.m., by noon และ by midnight
- by + วันหรือช่วงเวลา เช่น by tomorrow, by Friday, by next week และ by the end of the year
- by the time + ประโยค เช่น By the time you arrive, I will have finished dinner.
- before + เวลา/เหตุการณ์ เช่น She will have completed the course before June.
- in + ระยะเวลา เมื่อมองไปยังปลายช่วงเวลานั้น เช่น In two years’ time, he will have graduated.
คำว่า by ควรแยกออกจาก until ให้ชัดเจน เช่น I will have finished by 5 p.m. หมายถึงงานจะเสร็จภายในหรือไม่เกิน 5 โมง ส่วน I will work until 5 p.m. หมายถึงจะทำงานต่อเนื่องไปจนถึง 5 โมง ทั้งสองคำจึงให้มุมมองเรื่องเวลาต่างกัน
เมื่อใช้ by the time เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ในอนาคต อนุประโยคเวลามักใช้ Present Simple แทน will เช่น By the time you arrive, I will have finished the report. ไม่ใช้ By the time you will arrive ในโครงสร้างทั่วไปลักษณะนี้
Future Perfect ต่างจากรูปอนาคตอื่นอย่างไร
Future Perfect จะเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ Future Simple และ Future Perfect Continuous เพราะทั้งสามรูปกล่าวถึงอนาคตได้ แต่เลือกมองเหตุการณ์คนละแบบ
Future Simple ใช้ will + V1 และมักเน้นว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น เช่น I will finish the report tomorrow. หมายถึง ฉันจะทำรายงานให้เสร็จพรุ่งนี้
Future Perfect ใช้ will have + V3 และเน้นว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์จะเสร็จแล้ว เช่น I will have finished the report by 5 p.m. tomorrow. หมายถึง เมื่อถึง 5 โมงเย็นพรุ่งนี้ ฉันจะทำรายงานเสร็จแล้ว
Future Perfect Continuous ใช้ will have been + V-ing และมักเน้นระยะเวลาของกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งในอนาคต เช่น By 5 p.m., I will have been working for eight hours. ประโยคนี้ให้ความสำคัญกับระยะเวลาแปดชั่วโมงที่ทำงานต่อเนื่องมา
ลองเทียบ By June, she will have written five chapters. กับ By June, she will have been writing the book for six months. ประโยคแรกสนใจผลสำเร็จหรือจำนวนห้าบท ส่วนประโยคที่สองสนใจระยะเวลาหกเดือนของการเขียนหนังสือ
ข้อควรระวังในการใช้ Future Perfect
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือใช้กริยาช่องที่ 1 หลัง will have เช่น I will have finish the work. ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะ Future Perfect ต้องตามด้วย past participle หรือกริยาช่องที่ 3 จึงควรเป็น I will have finished the work.
หากเป็นกริยาไม่ปกติ ต้องเลือกช่องที่ 3 ให้ถูกต้อง เช่น go → gone, see → seen, write → written และ eat → eaten ดังนั้น She will have went home. ไม่ถูกต้อง และควรเป็น She will have gone home.
อีกจุดหนึ่งคือไม่ควรเลือก Future Perfect เพียงเพราะเห็นคำบอกเวลาในอนาคต เช่น tomorrow หรือ next week หากประโยคเพียงกล่าวว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นโดยไม่ได้เน้นว่าต้องเสร็จก่อนจุดเวลาหนึ่ง Future Simple หรือรูปอนาคตแบบอื่นอาจตรงความหมายกว่า
คำว่า by เป็นสัญญาณที่พบร่วมกับ Future Perfect บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกประโยคที่มี by ต้องใช้รูปนี้เสมอ การเลือก Tense ต้องดูว่าผู้พูดกำลังมองเหตุการณ์จากจุดหนึ่งในอนาคตและเน้นว่าสิ่งนั้นจะเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือไม่
วิธีทบทวน Future Perfect Tense ที่ช่วยให้เห็นภาพคือสร้างเส้นเวลาสองจุด จุดแรกคือเหตุการณ์ที่จะเกิดหรือเสร็จ และจุดที่สองคือเวลาอ้างอิงในอนาคต หากเหตุการณ์แรกต้องเสร็จก่อนจุดที่สอง รูป will have + V3 มักเหมาะกับความหมาย เช่น By the time the class starts, I will have finished my breakfast. เมื่อเข้าใจลำดับเวลานี้แล้ว การใช้ Future Perfect จะง่ายกว่าการจำสูตรเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Future Perfect Tense ใช้เมื่อใด
ใช้เมื่อต้องการกล่าวว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนหรือภายในจุดเวลาหนึ่งในอนาคต เช่น By Friday, I will have finished the project.
โครงสร้าง Future Perfect Tense คืออะไร
โครงสร้างบอกเล่าคือ Subject + will have + V3 เช่น She will have finished. รูปปฏิเสธใช้ will not have + V3 และรูปคำถามใช้ Will + Subject + have + V3
หลัง will have ใช้กริยาช่องใด
ใช้กริยาช่องที่ 3 หรือ past participle เช่น finished, written, eaten, gone และ seen
Future Perfect ต่างจาก Future Simple อย่างไร
Future Simple เน้นว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ส่วน Future Perfect เน้นว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์นั้นจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
by กับ until ต่างกันอย่างไร
by หมายถึงภายในหรือไม่เกินเวลาที่กำหนด จึงเหมาะกับการเน้นว่าสิ่งหนึ่งจะเสร็จแล้ว ส่วน until เน้นว่าเหตุการณ์หรือสภาวะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลาที่กำหนด
หลัง by the time ใช้ will ได้หรือไม่
เมื่อ by the time นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาในอนาคต โดยทั่วไปใช้ Present Simple เช่น By the time you arrive, I will have finished. ไม่ใช้ will ในอนุประโยคเวลารูปแบบนี้
Future Perfect ต่างจาก Future Perfect Continuous อย่างไร
Future Perfect มักเน้นผลสำเร็จหรือสิ่งที่ทำเสร็จเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ส่วน Future Perfect Continuous มักเน้นระยะเวลาหรือความต่อเนื่องของกิจกรรมจนถึงจุดนั้น
