Future Simple Tense เป็นรูปแบบที่ใช้เรียนกันทั่วไปสำหรับพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำในอนาคต โดยโครงสร้างพื้นฐานคือ will + กริยารูปพื้นฐาน เช่น I will study tomorrow. แปลว่า ฉันจะเรียนพรุ่งนี้ นอกจากการกล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้ว will ยังใช้กับการคาดการณ์ การตัดสินใจในขณะพูด การเสนอความช่วยเหลือ และการให้คำมั่นได้ด้วย
โครงสร้าง Future Simple Tense
จุดที่ช่วยให้ Future Simple Tense เรียนง่ายคือ รูปของกริยาหลักไม่เปลี่ยนตามประธาน หลัง will ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานเสมอ ไม่ว่าจะเป็น I, you, he, she, it, we หรือ they
| รูปประโยค | โครงสร้าง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| บอกเล่า | Subject + will + V1 | She will come tomorrow. |
| ปฏิเสธ | Subject + will not + V1 | She will not come tomorrow. |
| คำถาม | Will + Subject + V1 | Will she come tomorrow? |
คำว่า will not ย่อเป็น won’t ได้ เช่น I won’t forget. ส่วน will เมื่อใช้ในภาษาพูดและงานเขียนที่ไม่เป็นทางการมักย่อร่วมกับประธาน เช่น I’ll, you’ll, he’ll, we’ll และ they’ll
สำหรับคำถามที่มีคำแสดงคำถาม ให้วางคำอย่าง what, when, where หรือ how ไว้ด้านหน้า เช่น When will you arrive? หรือ What will they do next?
ใช้ Future Simple Tense เมื่อใด
การเห็นคำว่า tomorrow หรือ next week ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้ will ทุกครั้ง เพราะภาษาอังกฤษมีหลายรูปแบบสำหรับพูดถึงอนาคต การเลือก Future Simple จึงควรดูความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อด้วย
- การคาดการณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคต เช่น I think it will rain tomorrow. ผู้พูดกำลังแสดงความคิดหรือการคาดการณ์
- การตัดสินใจในขณะพูด เช่น มีคนบอกว่าหิวน้ำ แล้วตอบว่า I’ll get you some water. การตัดสินใจเกิดขึ้นในขณะนั้น
- การเสนอความช่วยเหลือ เช่น I’ll carry that bag for you.
- การให้คำมั่นหรือสัญญา เช่น I will help you. หรือ I won’t tell anyone.
- การกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น She will be twenty next year.
คำบอกเวลาที่พบร่วมกับ Future Simple ได้บ่อย ได้แก่ tomorrow, next week, next month, next year, soon, later, one day และรูปแบบ in + ระยะเวลา เช่น in two days หรือ in an hour แต่คำเหล่านี้เป็นเพียงตัวช่วยบอกเวลา ไม่ใช่กฎว่าประโยคต้องใช้ will เสมอ
ตัวอย่าง Future Simple Tense ในสถานการณ์ต่าง ๆ
การดูตัวอย่างตามสถานการณ์จะช่วยให้เข้าใจหน้าที่ของ will ได้ชัดกว่าการจำเฉพาะสูตรประโยค
การคาดการณ์: I think our team will win. หมายถึง ฉันคิดว่าทีมของเราจะชนะ ผู้พูดกำลังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคต
การตัดสินใจทันที: The phone is ringing. I’ll answer it. หมายถึง โทรศัพท์กำลังดัง ฉันจะไปรับเอง การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากได้ยินโทรศัพท์
การเสนอความช่วยเหลือ: I’ll help you with your homework. หมายถึง ฉันจะช่วยคุณทำการบ้าน
คำสัญญา: I won’t be late again. หมายถึง ฉันจะไม่มาสายอีก
ประโยคคำถาม: Will you join us tomorrow? หมายถึง พรุ่งนี้คุณจะมาร่วมกับเราหรือไม่
คำถามเกี่ยวกับเวลา: When will the class start? หมายถึง ชั้นเรียนจะเริ่มเมื่อใด
Future Simple กับ be going to ต่างกันอย่างไร
จุดที่ผู้เริ่มต้นมักสับสนคือ will และ be going to เพราะทั้งสองรูปใช้พูดถึงอนาคตได้ แต่ความหมายที่เน้นอาจต่างกัน โดยทั่วไป will เหมาะกับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นขณะพูดและการคาดการณ์จากความคิดเห็น ส่วน be going to มักใช้กับแผนหรือความตั้งใจที่มีอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงการคาดการณ์จากสิ่งที่เห็นหรือหลักฐานในปัจจุบัน
เช่น เมื่อเห็นว่าของในตู้เย็นหมดแล้วและเพิ่งตัดสินใจว่าจะไปซื้อ อาจพูดว่า I’ll buy some food. แต่ถ้าวางแผนไว้ก่อนแล้วว่าจะไปซื้อของหลังเลิกงาน สามารถพูดว่า I’m going to buy some food after work.
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ หากเพียงแสดงความคิดเห็นว่า I think it will rain tomorrow. การใช้ will เหมาะกับการคาดการณ์จากความคิด แต่ถ้ามองเห็นเมฆดำจำนวนมากแล้วพูดว่า It’s going to rain. รูป be going to ช่วยสื่อว่าการคาดการณ์นั้นอาศัยหลักฐานที่เห็นอยู่
ภาษาอังกฤษยังใช้ Present Continuous และ Present Simple เพื่อกล่าวถึงอนาคตได้ในบางบริบท เช่น นัดหมายที่จัดไว้แล้วหรือตารางเวลาที่กำหนดไว้ จึงไม่ควรเข้าใจว่าเหตุการณ์ในอนาคตทุกชนิดต้องใช้ Future Simple Tense
จุดที่ควรระวังเมื่อใช้ will
ข้อผิดพลาดพื้นฐานที่พบได้บ่อยคือการเปลี่ยนรูปกริยาหลัง will ทั้งที่ตำแหน่งนี้ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น ประโยค She will goes to school. ไม่ถูกต้อง เพราะหลัง will ต้องใช้ go จึงควรเป็น She will go to school.
ในทำนองเดียวกัน ไม่ใช้ to คั่นระหว่าง will กับกริยาหลัก ประโยค I will to study tonight. จึงควรแก้เป็น I will study tonight.
อีกจุดหนึ่งคือการใช้ will กับแผนที่ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าโดยไม่พิจารณาบริบท หากต้องการเน้นว่าเป็นแผนหรือความตั้งใจที่มีอยู่ก่อนแล้ว be going to มักสื่อความหมายได้ตรงกว่า ส่วนการนัดหมายที่ตกลงรายละเอียดเรียบร้อยแล้วอาจใช้ Present Continuous เช่น I’m meeting my teacher tomorrow.
ในตำราเรียนมักเรียกรูป will + กริยารูปพื้นฐาน ว่า Future Simple Tense เพื่อให้เรียนและจดจำโครงสร้างได้สะดวก ในทางไวยากรณ์ will จัดเป็น modal verb และภาษาอังกฤษมีรูปแบบหลายชนิดสำหรับสื่อความหมายเกี่ยวกับอนาคต ดังนั้นการเข้าใจหน้าที่ของ will จะมีประโยชน์กว่าการจำเพียงว่าเหตุการณ์เกิดในอนาคตแล้วต้องใช้ Future Simple เสมอ
เมื่อเริ่มเรียน Future Simple Tense ให้จำแกนสำคัญไว้ว่า will ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน จากนั้นฝึกแยกสถานการณ์ว่ากำลังคาดการณ์ ตัดสินใจทันที เสนอความช่วยเหลือ หรือให้คำสัญญา การฝึกด้วยบริบทเช่นนี้จะช่วยให้เลือกใช้ will ได้เป็นธรรมชาติมากกว่าการจำสูตรเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
Future Simple Tense ใช้เมื่อใด
ใช้เมื่อต้องการสื่อความหมายเกี่ยวกับอนาคตในลักษณะต่าง ๆ เช่น การคาดการณ์ การตัดสินใจขณะพูด การเสนอความช่วยเหลือ และการให้คำมั่น โดยมักใช้โครงสร้าง will + กริยารูปพื้นฐาน
หลัง will ต้องใช้กริยารูปใด
หลัง will ใช้กริยารูปพื้นฐานหรือ base form เช่น will go, will eat, will study และ will work โดยไม่เติม s, es หรือ ed ที่กริยาหลัก
will not ย่อเป็นอะไร
will not ย่อเป็น won’t เช่น I won’t go. หรือ She won’t be late.
Future Simple ใช้กับ tomorrow เสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป คำว่า tomorrow เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับอนาคต การเลือก will, be going to, Present Continuous หรือรูปอื่นต้องพิจารณาความหมายและบริบทของประโยคด้วย
will กับ be going to ใช้เหมือนกันหรือไม่
ทั้งสองรูปใช้พูดถึงอนาคตได้ แต่โดยทั่วไป will มักใช้กับการตัดสินใจขณะพูดหรือการคาดการณ์จากความคิดเห็น ส่วน be going to มักใช้กับแผนที่มีอยู่ก่อนแล้วหรือการคาดการณ์จากหลักฐานที่เห็นในปัจจุบัน
ประโยคคำถาม Future Simple สร้างอย่างไร
นำ will ไว้หน้าประธาน แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น Will you come tomorrow? หากมีคำแสดงคำถามให้วางไว้ด้านหน้า เช่น When will you come?
shall ยังใช้ใน Future Simple ได้หรือไม่
ยังพบการใช้ shall ได้ โดยเฉพาะกับ I และ we ในบางบริบท แต่ภาษาอังกฤษสมัยใหม่ใช้ will อย่างแพร่หลายกว่า ส่วน Shall I และ Shall we ยังพบได้ในการเสนอหรือขอความคิดเห็น เช่น Shall we start?
